โซฟา แต่งห้องนั่งเล่น สวยลงตัว รับแขกได้ไม่อายใคร

โซฟา 1

เพราะ โซฟา ถือเป็นไอเทมชิ้นเยี่ยมในห้องนั่งเล่น ดังนั้นการเลือกซื้อโซฟาในแต่ละครั้ง จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะถ้าได้โซฟาแย่ๆ จะทำให้แขกที่มาเยี่ยมต้องอับอายแน่ๆ แต่หลายๆ คนคงสงสัยว่าจะเลือกโซฟาดีๆ ยังไงดีล่ะ สิ่งที่คุณควรพิจารณาเมื่อซื้อโซฟา วันนี้ aatcohome งานบ้านและตกแต่งบ้านสำหรับคนรักบ้าน ได้รวบรวมเคล็ดลับในการเลือกโซฟามาตกแต่งห้องนั่งเล่นให้กับคุณ

โซฟา 3

วัดพื้นที่และกำหนดขนาดก่อนซื้อ โซฟา

ก่อนซื้อโซฟาทุกครั้ง แนะนำให้วัดพื้นที่ที่จะจัดก่อน ได้แก่ ความยาว ความลึก และความสูง เมื่อไปถึงร้านคุณจะสามารถตัดสินใจเลือกโซฟาสไตล์ที่เหมาะกับห้องนั่งเล่นของคุณได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้อย่าลืมตรวจสอบขนาดของประตู บันได หรือทางเดินที่ต้องเคลื่อนย้ายโซฟาเข้าไปด้วย เพราะหากเรารู้ว่าทางเข้า-ออกมีขนาดที่จำกัด ก็จะช่วยให้คุณเลือกลักษณะโซฟาของคุณได้อย่างเหมาะสม ลดปัญหาในการขนย้าย เช่น โซฟาพนักพิงต่ำหรือโซฟาที่สามารถถอดประกอบได้

เลือกประเภท โซฟา ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

เมื่อคุณได้ขนาดโซฟาที่ต้องการแล้ว ต่อไปก็ต้องมองหาแบบโซฟาที่ต้องการ โซฟาดีไซน์ที่ดีควรมีขนาดเหมาะสมกับการใช้งาน มีจำนวนที่นั่งที่เหมาะกับทุกคน และมีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ห้อง ประเภทของโซฟาที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้มีดังนี้

– ประเภทโซฟาเบด: โซฟาที่คุณสามารถนั่งพักผ่อนและปรับเอนได้ รูปทรงเรียบง่าย สวยงาม เหมาะกับคนมีพื้นที่จำกัด จึงต้องเฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเพื่อการใช้งานที่คุ้มค่า ยังเหมาะกับคนที่มักจะมีเพื่อนเที่ยวอยู่ที่บ้านเป็นประจำอีกด้วย

– แบบโซฟา 2 ที่นั่ง : โซฟาที่ออกแบบมาให้นั่งสองคนได้อย่างสบาย แต่ถ้าคุณเป็นเด็กหรือคนตัวเล็ก ก็สามารถรองรับได้มากกว่านั้น ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัวเล็กๆหรือคนที่ไม่ค่อยมีแขกมาบ้าน

โซฟาแบบ 3 ที่นั่ง : โซฟาที่ออกแบบมาให้นั่งได้ 3 คนสบายๆ แต่ถ้าคุณเป็นเด็กหรือคนตัวเล็ก ก็สามารถรองรับได้มากกว่านั้น ขนาดกว้างขวางและกำลังดี แถมยังนอนเล่นได้อีกด้วย จึงเป็นที่นิยมมากที่สุด แต่ก็เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่เยอะ

อย่างไรก็ตามถ้าใครอยากให้โซฟามีที่นั่งเยอะๆ แต่ตรงกันข้ามกับขนาดห้องที่จำกัด แนะนำให้เลือกโซฟาที่มีดีไซน์เรียบง่าย เพราะถึงแม้โซฟาที่มีดีไซน์หรูหราจะสวยงาม แต่ก็ใช้พื้นที่มากกว่าปกติและยังใหญ่โตเทอะทะอีกด้วย ก็สามารถทำให้ห้องดูแคบลงได้

รูปแบบของ โซฟา ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

นอกจากขนาดและประเภทแล้ว รูปแบบของโซฟาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ที่สำคัญคือมีให้เลือกหลายสไตล์ แต่ละสไตล์ก็มีลักษณะและจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป เช่น

– Classic Traditional โซฟาสไตล์นี้เน้นความเรียบง่าย ดูดี ไม่ซ้ำใคร และไม่หรูหราจนเกินไป เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยและทุกวัย ดังนั้นจึงนิยมใช้ในบ้านที่มีสมาชิกจำนวนมาก หรือบ้านที่ต้องการความสงบและความอบอุ่น

– กลางศตวรรษ: โซฟาสไตล์นี้เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะและการใช้งาน มันจึงมีรูปทรงที่เรียบง่าย แต่สีสันก็สวยงามสะดุดตา เหมาะสำหรับคนที่อยากให้ห้องนั่งเล่นดูสดชื่นมีชีวิตชีวา

– ร่วมสมัย โซฟาสไตล์นี้ค่อนข้างเรียบง่าย ทั้งดีไซน์และโทนสีก็ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่อยากให้ห้องนั่งเล่นดูอบอุ่น ผ่อนคลาย และน่าอยู่

– สไตล์อินดัสเตรียล: โซฟาสไตล์นี้ค่อนข้างโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนใหญ่ทำจากไม้และโลหะ นอกจากนี้ยังมาในโทนสีกลางหรือสีธรรมชาติเช่นเดียวกับโซฟาร่วมสมัย

– สแกนดิเนเวีย (Scandinavian): โซฟาสไตล์นี้มักมาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูสะอาดตาและขาไม้สีธรรมชาติ จุดเด่นคือสวย แข็งแรง แถมยังให้ความรู้สึกกำลังพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยเกินไป สามารถใช้ตกแต่งบ้านได้หลายแบบ แต่จะดูสดใสมากขึ้น หากรายล้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีสดใส

– กลางแจ้ง: โซฟาสไตล์นี้เหมาะที่จะวางกลางแจ้ง ส่วนใหญ่ทำจากวัสดุคุณภาพสูงและทนทานต่อทุกสภาพอากาศ จึงมีความแข็งแรง ทนทาน และใช้งานได้ยาวนานเป็นพิเศษ

มองหาวัสดุหุ้มโซฟาสวยๆ ที่เหมาะกับความต้องการของคุณ

แน่นอนว่าทุกวันนี้มีวัสดุหุ้มโซฟาให้เลือกมากมาย แต่ละประเภทก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ พร้อมทั้งเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง ดังนี้

โซฟาผ้า : นี่คือโซฟาคลาสสิกที่สุด ใช้ได้ทุกยุคสมัย พื้นผิวค่อนข้างนุ่มและเรียบเนียน ที่สำคัญเข้าได้กับทุกสไตล์ และทำความสะอาดง่าย จึงเหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็ก สัตว์เลี้ยง หรือบ้านที่เน้นเฟอร์นิเจอร์แนวธรรมชาติ

โซฟากำมะหยี่ : เป็นโซฟาที่ให้ความรู้สึกหรูหราและยิ่งใหญ่ พื้นผิวค่อนข้างเรียบและน่าสัมผัส จุดเด่นอยู่ที่เฉดสี มีหลากหลายตั้งแต่แบบฉูดฉาดไปจนถึงแบบธรรมชาติ นอกจากนี้ยังทนต่อคราบได้ดีพอสมควร

โซฟาหนัง : เป็นโซฟาที่แข็งแรง ทนทาน เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง แต่สามารถขีดข่วนได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเรื่องการขีดข่วน อย่างไรก็ตาม โซฟาประเภทนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ เพราะไม่สะสมขน เส้นผม และฝุ่น แต่ทำความสะอาดได้ยาก และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษเป็นอย่างมาก

พิจารณาสีให้เหมาะกับห้อง

สีของโซฟาก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ สีโทนกลางที่จะช่วยให้ห้องนั่งเล่นดูอบอุ่นและผ่อนคลายซึ่งจะเหมาะกับคนที่ต้องการพักผ่อน และสีสดใส จะช่วยให้ห้องนั่งเล่นโดดเด่นสะดุดตา และ รู้สึกสดชื่นสดใสซึ่งเหมาะกับคน ใครชอบความมีชีวิตชีวา

ใส่ใจเป็นพิเศษกับโครงสร้างภายใน

หลังจากเลือกรูปลักษณ์ที่สวยงามตรงตามความต้องการแล้ว อย่าลืมใส่ใจกับโครงสร้างภายในด้วย เพราะการซื้อโซฟาที่มีโครงสร้างแข็งแรง ทนทาน และมีประสิทธิภาพ จะทำให้โซฟามีอายุการใช้งานยาวนานและคุ้มค่าทุกบาทที่เสียไป โซฟาที่ทำจากโครงสร้างไม้เป็นทางเลือกที่ดี แต่อย่าลืมตรวจสอบชนิดของไม้ด้วย ส่วนประกอบอื่นๆ ได้แก่ การประกันหลังการขายด้วย เพราะแม้โซฟาบางรุ่นจะมีราคาแพงกว่ารุ่นอื่นแต่หากมีการรับประกันตลอดอายุการใช้งานก็ถือว่าคุ้มค่ามาก

เลือกเบาะรองนั่งอย่างระมัดระวัง มีชัยไปกว่าครึ่ง

ไม่ใช่แค่โครงสร้างภายในเท่านั้น แต่วัสดุที่ใช้ทำเบาะก็ต้องดีด้วย เบาะรองนั่งที่ทำจากขนเป็ดหรือขนห่านจะให้ความสบาย แต่ต้องตีต่อไปจนขึ้นฟู เบาะทำจากโฟมหรือไฟเบอร์มีความแข็งแรง แต่มันแบนและเสียรูปร่างได้ง่าย

บทสรุป

โซฟาส่วนใหญ่มีความลึกที่นั่งประมาณ 60 เซนติเมตร และสูงประมาณ 45-50 เซนติเมตร ดังนั้นเพื่อให้ได้โซฟาที่รองรับสรีระของครอบครัวคุณได้ดีที่สุด ควรตรวจสอบความกว้าง ความสูง ความลึก และความยาวของโซฟาอย่างละเอียด และที่สำคัญสมาชิกบ้านควรพยายามนั่ง และลองใช้ให้เต็มที่เช่นกัน อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำในการเลือกโซฟาที่เรานำมาให้คุณ จะช่วยให้คุณตกแต่งห้องนั่งเล่นได้สวยงามตามใจคุณ และคุณจะไม่เสียใจกับเงินที่เสียไปอย่างแน่นอน!

ตู้เย็น 2
งานบ้านและตกแต่งบ้าน

ตู้เย็น ประหยัดไฟ แบบไหนที่เหมาะกับบ้านคุณ

ปัจจัยแรกที่หลายๆ คนมักคำนึงถึงก่อนตัดสินใจซื้อ ตู้เย็น […]

Read More
บ้านสไตล์มูจิ 2
งานบ้านและตกแต่งบ้าน

บ้านสไตล์มูจิ มินิมอล เรียบง่าย สบายตา อบอุ่นใจ

วันนี้เราจะพามาเรียนรู้เรื่องการตกแต่ง บ้านสไตล์มูจิ เป […]

Read More